...Maksim Mrvica นักเปียโนยุคใหม่แนว classical crossover ที่ถูกจับตามองว่าจะเป็นผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีอีกครั้ง ... เกิดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 1975 ที่ Sibenik เมืองเล็ก ๆ ติดชายฝั่งทะเล Adriatic ในประเทศโครเอเชีย
...ตัวเขาเริ่มต้นเรียนเปียโนได้ตั้งแต่อายุ 9 ขวบโดยมี Marija Sekso เป็นผู้สอนและได้ให้โอกาสเขาแสดงต่อหน้าสาธารณชนในขณะนั้นและด้วยความอัจฉริยะของตัวเขาเองที่ส่งผลให้อีก 3 ปีต่อมาได้มีโอกาสแสดงฝีไม้ลายมือในงาน Performance of Haydn's Piano Concerto in C major
...แต่แล้วก็เหมือนว่าสิ่งรอบตัวของ Maksim จะไม่เป็นอย่างที่เขาจงใจให้เป็นเมื่อในปี 1990 ได้เกิดสงครามขึ้นและขณะนั้นคือช่วงเวลาที่ Marijo Sekso ผู้ฝึกสอน Maksim ได้ใช้เวลากับการเรียนรู้และฝึกฝนความสามารถของตัวเขาเองให้พัฒนาขึ้นไปอีก...ท่ามกลางความวุ่นวายโกลาหลของสงคราม Maksim เก็บตัวอยู่ภายในห้องใต้ดินที่บ้าน (ถ้ากระผมจำไม่ผิดจากที่เคยรับรู้มา) และใช้เวลาทั้งหมดให้หมดไปกับเปียโน Maksim ได้กล่าวไว้ประมาณว่า "มีระเบิดเป็นพัน ๆ ลูกถูกระเบิดขึ้นทุกวันในเมืองของผม และเมื่อผมไม่สามารถหยุดยั้งทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ช่วยให้ผมเลือกที่จะสู้ต่อไปนั่นคือ .. "เปียโน"... (อย่าอิน ๆ กระผมได้ยินครั้งแรกก็ซี๊ดเหมือนกัน)

...ต่อมาในปี 1993 เมื่อสภาวะทุกอย่างกลับคืนสู่ปกติที่ดีขึ้น... Maksim ได้เข้าร่วมแข่งขันเปียโนที่จัดขึ้นที่เมือง Zagreb ประเทศของตัวเองและเขาก็ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันครั้งนี้
...Maksim เองแม้จะมีความสามารถที่สูงอยู่แล้วก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาศึกษาต่อที่ Music Academy ในเมือง Zagreb และที่นี่นี่เองที่ Maksim ใช้เวลาถึง 5 ปีเรียนรู้ฝึกฝนทักษะความสามารถให้เอกอุขึ้นไปอีกภายใต้การควบคุมฝึกสอนจากนักเปียโนชื่อดังเชื้อชาติเดียวกันอย่าง Vladimir Krpan (Vladimir Krpan เคยเป็นลูกศิษย์ของ Arturo Benedetti Michelangeli นักเปียโนคลาสสิคชื่อดังของประเทศอิตาลี)
...จากนั้นเวลาอีก 1 ปีเต็มที่ Maksim ได้เรียนรู้เพิ่มเติมต่อที่โรงเรียนฝึกสอนการดนตรีของ Franz Liszt (ศิลปินดนตรีชาวฮังการีที่ล่วงลับไปนานแล้ว) และในระหว่าง 1 ปีนี้เอง Maksim ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศในรายการ Nicolai Rubinstein International Piano Competition
...ต่อมาในปี 2000 Maksim เดินทางจากบ้านเกิดมุ่งหน้าสู่มหานครปารีสเพื่อเรียนรู้ฝึกฝนกับ Igor Lazko ซึ่งส่งผลให้ในปีถัดมา 2001 Maksim ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับดับ 1 ในการแข่งขัน The Pontoise Piano Competition (กวาดรางวัลเป็นว่าเล่นเลย)
...และจากจุดนี้เองที่เป็นการก้าวผันเปลี่ยนแปลงชีวิตของ maksim เลยก็ว่าได้เมื่อ Maksim เดินทางกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง และเมื่อถึงเวลานี้แล้ว Maksim ได้ถูกจับตามองจากบรรดาสื่อมวลชนต่าง ๆ ในประเทศของเขาเป็นอย่างมาก และนี่เองที่เสมือนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ Maksim ได้มีโอกาสแสดงผลงานสู่สาธารณชนผ่านสื่อต่าง ๆ เช่น โทรทัศน์ ตลอดไปจนการสัมภาษณ์รายการต่าง ๆ
...ในไม่ช้าต่อมาปี 1999 Maksim ได้มีโอกาสถ่ายทอดผลงานของเขาผ่านซีดีอัลบั้ม Gestures ที่รวบรวมบทเพลงเปียโนของนักเปียโนโครเอเชียบ้านเกิดไว้ในอัลบั้มนี้ด้วย ... และผลงานชิ้นนี้ก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับ Maksim เป็นอย่างมากซึ่งทำให้เขามุ่งมั่นและมีความทะเยอทะยานมากขึ้นกว่าเดิม และอัลบั้ม Gestures นี้เองก็กลายเป็นหนึ่งอัลบั้มบทเพลงคลาสสิคที่มีสถิติยอดขายอย่างรวดเร็วเท่าที่เคยมีมาซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของเขา
...เมื่อนานวันเข้า Maksim ก็ยิ่งถูกจับตามองจากสื่อหลายฝ่ายหลายแขนงและก็เป็นที่แน่นอนย่อมต้องตาใจกับบุคคลในวงการเดียวกันที่เป็นทั้งนักดนตรีและผู้ประพันธ์เพลงอย่าง Tonci Huljic ที่สร้างผลงานชื่อเสียงระดับโลกกับวง Bond สี่สาวที่ทุกคนคงรู้จักกันดี... ภายหลังต่อมา Tonci Huljic ได้ชักนำ Maksim ให้รู้จักกับ Mel Bush ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของศิลปินชื่อดังอาทิเช่น Bond, Vanessa Mae ในเวลาต่อมา Mel ได้กำลังแสวงหานักเปียโนหน้าใหม่ที่มีศักยภาพพอเพียงจะดึงดูดให้คนสนใจได้ และคนเดียวที่ Mel นึกถึงก็คือ Maksim นั่นเอง....
...EMI ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่แห่งอังกฤษนั้นให้ความสนใจในตัวของ Maksim เป็นอย่างมากและในไม่ช้าอัลบั้ม The Piano Player ผลงานอัลบั้มแรกของ Maksim ก็คลอดออกมาสำเร็จจากการนำบทเพลงคลาสสิคอย่าง Handel และ Chopin มาคลุกเคล้าผสมผสานในรูปแบบใหม่ ในปี 2003 ที่อัลบั้มนี้วางแผงนั่นเองก็สร้างชื่อเสียงและได้รับผลประสบความสำเร็จอย่างมากมาย หลังจากนั้นในปี 2004 - 2006 Maksim ก็มีผลงานออกมาอย่างต่อเนื่องได้แก่อัลบั้ม Variations Part I&II, A New World และอัลบั้มล่าสุด Electrik ในปี 2006...

...ทั้งหมดนี้ข้าพเจ้าแปลและถอดบทความเนื้อหาตามกำลังความสามารถมาจากวิกีพีเดียและเวปต่าง ๆ ของ Maksim ก็ตั้งใจแปลอย่างเต็มที่ ใส่ถ้อยคำภาษาลงไปเองอาจมีผิดพลาดไปในส่วนไหนหรือเพิ่มเติม...ขอกำลังเสริมด้วยนะครับ ยินดี ๆ
ป.ล. แถมคลิปท่อนโซโล่ในเพลง Flight of The Bumblebee ไว้สักนิดนะครับ...ข้อแม้ !! ห้ามตะลึงกันนะครับ
